SPF กับ PA ต่างกันอย่างไร?

เลือกครีมกันแดดยังไงให้เหมาะกับผิว

เวลาเลือกครีมกันแดด หลายคนมองตัวเลข SPF และจำนวนเครื่องหมายบวกหลัง PA เป็นอันดับแรก แต่พอใช้จริงกลับพบว่าบางสูตรเหนอะหนะ เป็นคราบ หรือทาแล้วไม่สบายผิว จนไม่อยากหยิบมาใช้ทุกวัน กันแดดที่เหมาะจึงต้องดูมากกว่าตัวเลขบนฉลาก ทั้งระดับการปกป้อง รังสียูวีที่ผลิตภัณฑ์ครอบคลุม เนื้อสัมผัส และลักษณะการใช้งาน All Microtech ชวนทำความเข้าใจทีละส่วน เพื่อให้เลือกกันแดดได้ตรงกับผิว และเห็นโจทย์ที่เจ้าของแบรนด์ควรคิดก่อนพัฒนาสูตร

เริ่มจาก UVA และ UVB ต่างกันอย่างไร

แสงแดดมีรังสีอัลตราไวโอเลตหรือ UV ที่เกี่ยวข้องกับผิว โดยสองชนิดที่มักพูดถึงบนฉลากกันแดดคือ UVA และ UVB รังสี UVB เกี่ยวข้องกับอาการผิวไหม้แดด ส่วน UVA มีส่วนต่อการเปลี่ยนแปลงของผิวเมื่อได้รับแสงสะสม ทั้งสองชนิดจึงเป็นเหตุผลที่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ซึ่งปกป้องได้ครอบคลุม และใช้ร่วมกับการหลบแดดหรือสวมเสื้อผ้าป้องกันแดด

SPF คืออะไร ตัวเลขสูงขึ้นหมายถึงอะไร

SPF (Sun Protection Factor) เป็นค่าที่วัดการปกป้องผิวจากการไหม้แดดภายใต้เงื่อนไขการทดสอบ จึงใช้บอกความสามารถในการปกป้องที่เกี่ยวข้องกับรังสี UVB เป็นหลัก ค่า SPF ที่สูงขึ้นหมายถึงการปกป้องการไหม้แดดที่มากขึ้นในการทดสอบ แต่ SPF 50 ไม่ได้หมายความว่าทาแล้วอยู่กลางแดดได้ 50 ชั่วโมง เพราะผลที่ได้รับจริงยังขึ้นอยู่กับปริมาณที่ทา เหงื่อ น้ำ การเช็ดถู และการทาซ้ำ

สำหรับการใช้ทั่วไป สมาคมแพทย์ผิวหนังอเมริกันแนะนำให้เลือกกันแดดที่ป้องกันทั้ง UVA และ UVB มี SPF 30 ขึ้นไป และเลือกแบบกันน้ำเมื่อมีกิจกรรมที่ต้องเจอน้ำหรือเหงื่อ

PA คืออะไร เครื่องหมายบวกอ่านอย่างไร

PA (Protection Grade of UVA) เป็นระบบแสดงระดับการปกป้องรังสี UVA ที่พบได้บ่อยบนฉลากกันแดดในเอเชีย เครื่องหมายบวกมากขึ้นแสดงระดับการปกป้อง UVA ที่สูงขึ้นตามการทดสอบ ตั้งแต่ PA+ ถึง PA++++

จำง่าย ๆ ว่า SPF บอกระดับการปกป้องผิวจากการไหม้แดด ซึ่งเกี่ยวข้องกับ UVB เป็นหลัก ส่วน PA บอกระดับการปกป้องรังสี UVA ขณะที่คำว่า Broad spectrum หมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์การปกป้องทั้ง UVA และ UVB ตามระบบที่ใช้ระบุบนฉลาก

เวลาตัดสินใจซื้อจึงไม่ควรดู SPF หรือ PA เพียงค่าเดียว ลองดูทั้งสองค่าร่วมกับคำอธิบายบนฉลากและวิธีใช้ของผลิตภัณฑ์ด้วย

SPF 30 หรือ SPF 50 ควรเลือกแบบไหน

เริ่มจากกิจกรรมในแต่ละวัน หากต้องอยู่กลางแจ้งนาน เหงื่อออก หรือมีกิจกรรมทางน้ำ ให้พิจารณาค่าการปกป้องและคุณสมบัติกันน้ำตามการใช้งานจริง ส่วนการใช้งานประจำวัน สิ่งสำคัญคือเลือกสูตรที่ให้การปกป้องเหมาะสม และทาได้เพียงพออย่างสม่ำเสมอ

ตัวเลขที่สูงไม่ได้ชดเชยการทาน้อยเกินไป และไม่ทำให้ละเลยการทาซ้ำได้ หากอยู่กลางแจ้งต่อเนื่อง ควรทาซ้ำประมาณทุก 2 ชั่วโมง หรือหลังว่ายน้ำ เหงื่อออกมาก และเช็ดตัว โดยดูคำแนะนำบนฉลากประกอบ

เลือกเนื้อกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิวอย่างไร

ผิวมันหรือเป็นสิวง่าย: มองหาเนื้อสัมผัสที่สบายผิวและข้อความ non-comedogenic หรือ won’t clog pores บนฉลาก หากกังวลความมันระหว่างวัน ลองเนื้อโลชั่นหรือเจลที่เกลี่ยง่าย แต่ความรู้สึกหลังใช้ยังขึ้นอยู่กับสูตรทั้งหมด

ผิวแห้ง: เลือกสูตรที่ทาแล้วผิวไม่รู้สึกตึงและเข้ากับมอยส์เจอไรเซอร์ที่ใช้อยู่ ครีมหรือโลชั่นที่ให้ความรู้สึกชุ่มชื้นอาจเหมาะกว่าเนื้อที่แห้งเร็วเกินไปสำหรับบางคน

ผิวบอบบาง: เริ่มจากสูตรที่เหมาะกับผิวบอบบางตามฉลาก และลองใช้บนผิวบริเวณเล็ก ๆ ก่อน หากทากันแดดแล้วแสบหรือระคายเคือง ควรหยุดใช้และพิจารณาปรึกษาแพทย์ผิวหนัง บางคนอาจรู้สึกสบายผิวกับสูตรที่ใช้ zinc oxide หรือ titanium dioxide มากกว่า แต่ไม่มีสูตรใดรับประกันว่าเหมาะกับทุกคน

นอกจากสภาพผิว ยังควรคิดถึง การใช้จริง เช่น ต้องทาก่อนแต่งหน้าไหม ต้องพกเติมระหว่างวันหรือเปล่า และผลิตภัณฑ์ทิ้งคราบขาวหรือเป็นขุยเมื่อทาทับสกินแคร์อื่นหรือไม่

ทากันแดดอย่างไรให้ได้ประโยชน์จากสูตรที่เลือก

ทาให้ทั่วผิวส่วนที่ไม่ได้ปกปิดก่อนออกกลางแจ้ง โดยไม่ลืมใบหู ลำคอ และหลังมือ ปริมาณที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทาและรูปแบบผลิตภัณฑ์ ควรอ่านวิธีใช้บนฉลาก และทาซ้ำตามกิจกรรมระหว่างวัน กันแดดทำงานร่วมกับการหาที่ร่ม เสื้อผ้า และหมวก ไม่ใช่การป้องกันเพียงอย่างเดียว

สำหรับเจ้าของแบรนด์: กันแดดที่ตอบโจทย์ เริ่มจากผู้ใช้แบบไหน

ถ้าจะพัฒนากันแดดสักสูตร การตั้งต้นด้วยคำว่า “อยากได้ SPF สูง” อาจยังไม่พอ ควรถามต่อว่า ใครจะใช้ ใช้ในสถานการณ์ใด และอยากให้ผิวรู้สึกอย่างไรหลังทา ตัวอย่างเช่น คนผิวมันที่ใช้ทุกวันอาจให้ความสำคัญกับความบางเบาและการใช้ร่วมกับเมคอัพ  ขณะที่คนทำกิจกรรมกลางแจ้งอาจสนใจคุณสมบัติกันน้ำและความสะดวกในการทาซ้ำ

เมื่อโจทย์ชัด ทีมพัฒนาสูตรจึงพิจารณาระบบสารป้องกันแสง เนื้อสัมผัส ความเข้ากันได้ของส่วนผสม และบรรจุภัณฑ์ควบคู่กันไป ค่า SPF, การปกป้อง UVA และคำกล่าวอ้างบนฉลากต้องอ้างอิงผลการทดสอบของ ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ที่จะจำหน่าย ไม่ใช่คาดจากรายชื่อส่วนผสมเพียงอย่างเดียว

All Microtech มีบทความที่อ่านต่อได้เกี่ยวกับ การพัฒนาครีมกันแดด และ การเลือกบรรจุภัณฑ์สำหรับครีมกันแดด เพื่อให้เห็นภาพตั้งแต่แนวคิดสูตรไปจนถึงการจัดการคุณภาพสินค้า

สรุป

การปกป้องที่สำคัญ ประสบการณ์ใช้ก็สำคัญ

การเลือกกันแดดควรพิจารณาทั้ง SPF และ PA ให้เหมาะกับกิจกรรมในแต่ละวัน ควบคู่กับเนื้อสัมผัสที่ใช้แล้วสบายผิว เพราะการปกป้องผิวต้องอาศัยการทาในปริมาณที่เพียงพอและใช้อย่างต่อเนื่อง กันแดดที่เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ และเข้ากับสกินแคร์ที่ใช้ประจำ จึงมีโอกาสกลายเป็นส่วนหนึ่งของรูทีนได้จริง

สำหรับเจ้าของแบรนด์ กันแดดที่ตอบโจทย์ต้องมองให้ครบทั้งประสิทธิภาพที่ผ่านการทดสอบและความรู้สึกของผู้ใช้จริง ตั้งแต่การทาครั้งแรกไปจนถึงความสะดวกในการใช้ระหว่างวัน All Microtech เป็นโรงงานรับผลิตอาหารเสริมและเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐาน พร้อมบริการสร้างแบรนด์ครบวงจร เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของคุณก้าวไปสู่สินค้าที่มีคุณภาพ มีจุดยืนชัดเจน และตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเหมาะสม